อึ้ง!การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน

อึ้ง!การศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน

ที่ประชุมศก.โลก ‘WEF’ จัดอันดับการศึกษาไทยรั้งท้ายอาเซียน ชี้เด็กไทยคิดไม่เป็น ‘จาตุรนต์’ สั่งทำการบ้านด่วน ก่อนปรับการศึกษาทั้งระบบ

3 ก.ย. 56  นายภาวิช ทองโรจน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลการประชุมของ World Economic Forum (WEF) – The Global Cometitiveness Report 2012-2013 ซึ่งเป็นการประชุม “เวทีเศรษฐกิจโลก” ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยองค์กรอิสระที่ไม่หวังผลกำไร และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ โดยผลที่ได้จากการประชุมจะมีส่วนสำคัญในการเสนอแนะทิศทาง กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจสังคม และการพัฒนาระหว่างประเทศนั้น ได้จัดอันดับคุณภาพการศึกษาของประเทศในกลุ่มอาเซียน และปรากฏว่า ประเทศไทย อยู่ในอันดับรั้งท้าย คือ อันดับที่ 8 มีคะแนนต่ำที่สุด เป็นรองจากประเทศเวียดนาม ที่ได้อันดับ 7 และประเทศกัมพูชา อันดับ 6

“ผลการจัดอันดับได้สรุปว่า เงินทุนไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดของการมีระบบการศึกษาที่ดี และการที่ครูอาจารย์มีเงินเดือนสูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสามารถทางการ สอนสูงตามไปด้วย สำหรับประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราผลักดันเรื่องเงินเดือนครู ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่เราก็ต้องเร่งรัดครูในเรื่องประสิทธิภาพในการสอนควบคู่กันไปด้วย”

นายภาวิช กล่าวว่า สำหรับประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาดีที่สุดในกลุ่มอาเซียนเรียงตามลำดับที่ดี ที่สุด ดังนี้ อันดับ 1 ประเทศสิงคโปร์ อันดับ 2 ประเทศมาเลเซีย อันดับ 3 ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม อันดับ 4 ประเทศฟิลิปปินส์ อันดับ 5 ประเทศอินโดนีเซีย อันดับ 6 ประเทศกัมพูชา อันดับ 7 ประเทศเวียดนาม และอันดับ 8 ประเทศไทย

ทั้งนี้ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก และได้สั่งการให้ตนวิเคราะห์ที่มาที่ไปของผลการจัดอันดับดังกล่าว ซึ่งตนจะไปศึกษาว่าผลการจัดอันดับที่ออกมามีความเที่ยงตรงมากน้อยแค่ไหน โดยจะต้องดูวิธีการจัดว่าใช้อะไรมาเป็นตัวชี้วัดบ้าง

นายภาวิช กล่าวต่อว่า เท่าที่ดูหลักๆ เป็นการประเมินภาพรวมการจัดการศึกษาของแต่ละประเทศ และมีการนำคะแนนการสอบประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือ Program for International Student Assessment (PISA) มาเป็นองค์ประกอบด้วย ซึ่งตรงนี้ต้องไปดูรายละเอียด เพราะถ้าดูข้อมูลคะแนนสอบ PISA 2012 ที่กำลังจะประกาศผลเร็วๆ นี้ ประเทศเวียดนาม เข้าสอบครั้งแรก และขณะนี้เริ่มทราบผลคะแนนแล้วว่า คะแนนคณิตศาสตร์ของเวียดนามได้สูงพอๆ กับประเทศจีน ที่เพิ่งเข้าสอบ PISA ในปี 2009 ซึ่งเท่าที่ดู เวียดนาม น่าจะติดอันดับ 1 ใน 5 มากกว่า ดังนั้นจึงต้องไปศึกษาวิธีการประเมินและตัวชี้วัดให้ละเอียดก่อน จึงจะสามารถวิเคราะห์ผลการจัดอันดับครั้งนี้ได้

“ข้อมูลนี้ถือว่าน่าตกใจ เพราะอันดับของเราถือว่าต่ำมาก แต่เมื่อเทียบในอันดับโลกเราก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ต่ำขนาดนี้ ดังนั้นจึงต้องไปวิเคราะห์ข้อมูลให้ชัดเจนก่อนว่า เป็นเพราะอะไร แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาไทยก็จะต้องมีการปรับใหญ่ทั้งระบบ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่การปรับหลักสูตรเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น ที่สำคัญต้องไปดูการจัดการศึกษาในภาพรวมว่า ได้มาตรฐานโลกหรือไม่ และถ้าดูจากผลการวิเคราะห์คะแนน PISA ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนว่า เด็กไทยคิดไม่เป็น ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ประเด็นสำคัญที่เราจะต้องไปเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ การปฏิรูปวิธีการเรียนการสอน และปฏิรูปครู ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบการศึกษา”

ที่มา : คม ชัด ลึก วันอังคารที่ 3 กันยายน 2556
อันดับระดับอุดมศึกษา
อันดับ 1 ประเทศสิงคโปร์
อันดับ 2 ประเทศมาเลเซีย
อันดับ 3 ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม
อันดับ 4 ประเทศฟิลิปปินส์
อันดับ 5 ประเทศอินโดนีเซีย
อันดับ 6 ประเทศกัมพูชา
อันดับ 7 ประเทศเวียดนาม
อันดับ 8 ประเทศไทย

   ช่วงนี้ข่าวแนวๆนี้มาเยอะจริง ไม่รู้ว่าเป็นผลจากการจัดหลักสูตรการศึกษาของประเทศเราหรือเปล่าที่ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา แต่ทั้งหมดผู้มีอำนวจทางการศึกษาที่ผ่านๆทั้งหมดควรต้องมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำกันมาจนทำให้ประเทศของเราได้อันดังนี้ คงต้องเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจในปัจจุบันต้องแก้ไขกันละ จริงๆเราไม่ได้จำเป็นต้องรู้จากคนอื่นมาจัดอันดับกันได้เลย เราน่าจะรู้ด้วยตัวเองได้แล้ว ว่าปัจจุบันคุณภาะเด็ฏไทยเราทุกวันนี้อ่อนลงมากกว่าสมัยก่อนมากๆแค่ไหน ทั้งที่ได้ออกข่าวไปในเรื่องการอ่านออกเขียนได้ ทั้งที่เราสนับสนุนให้เด็ฏๆได้มีการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกคนแต่ทำไมเด็ฏไทยเรายังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ในจำนวนมากมายขนาดนี้ และแม้แต่เด็กที่กำลังเรียนอยู่ เวลาเราจัดการสอบเพื่อวัดความรู้เด็กๆจะเห็นได้ว่าสอบตกกันทุกๆครั้งไป  แต่เราก็ยังจัดสอบมันต่อไปทุกปี โดยไม่ได้เอาผลการสอบมาแก้ปัญหาแล้วไม่รู้จะจัดสอบกันไปทำไมให้เสียค่าใช้จ่าย เพราะจัดสอบไปก็รู็แล้วว่าจะตกแบบนี้ จริงๆการจัดสอบเป็นการตรวจสอบว่าผลลัพธ์จากการเรียนการสอนเป็นอย่างไร ถ้าไม่ดีหรือตกกันมากๆ ก็ต้องมีการจัดการแก้ไขไม่ใช่แค่เอาผลมาโชว์ว่าเด็กไทยอ่นและสอบตกแค่นั้น และปีต่อๆไปก็ออกแนวข้อสอบมาให้สอบ ให้ครูสอนก่อนแล้วค่อยให้สอบ เพื่อให้เห็นคะแนนดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นวิธีการแก้คะแนนให้สูงขึ้นที่ดูไม่ได้เรื่องมากๆ และการจัดสอบนั้นก็ไม่มีผลอะไรต่อเด็ก เด็กหลายๆคนจึงเพียงเข้าไปนั่งมั่วข้อสอบเสร็จแล้วก็ออกมา เพราะคะแนนสูงต่ำก็ไม่ได้นำไปใช้อะไร ไม่มีผลต่อตัวเด็ก สิ่งที่เกิดนี้ก็คงต้องเป็นการบ้านให้ทางผู้ใหญ๋ในการศึกษา ครูต่างๆ ต้องพยายามหาวิธีมาแก้ปัญหาไม่งั้นต่อไปคงไม่รั้งื้ายแค่อาเซียนแต่ถ้ามีการจัดทั่วโลกแล้วอาจได้รั้งท้ายสุดซะด้วย – -“

This entry was posted in ข่าวการศึกษา สอบแข่งขัน. Bookmark the permalink.

Comments are closed.